ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทำสิ่งดีๆ มากเกินไปหรือเปล่า?

by Sĩ Jinger Gottschall

stress
stress

ตัวแปรตัวแรกที่ใช้ประเมินกับบุคคลผู้กำลังหัวเสียเหล่านี้คือปริมาณการรับพลังงานที่มีคุณภาพเข้าไป ถ้าพวกเขาบริโภคอาหารที่เหมาะสมและมีสมดุลระหว่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน โดยเป็นอาหารที่มีการปรุงแต่งน้อย ตัวแปรตัวต่อไปที่จะใช้ประเมินอาจเห็นไม่เด่นชัดนัก...นั่นคือความเครียด

ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ ก็ส่งผลต่อระบบการสื่อสารภายในของร่างกายที่มีฮอร์โมนเป็นตัวจัดการทั้งสิ้น เจ้าฮอร์โมนนี้จะส่งข้อมูลผ่านทางเลือดและกระบวนการต่างๆ ที่ส่งผลต่อมวลไขมันและกล้ามเนื้อ ร่างกายของเรานั้นรักษาสมดุลของการปล่อยฮอร์โมนเสมอโดยดูจากการกระทำและการตอบสนองในชีวิตประจำวันของเรา

ฮอร์โมนความเครียดหลักๆ ตัวหนึ่งคือคอร์ติซอล หน้าที่ของคอร์ติซอลคือช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จัดการการเผาผลาญ และลดอาการอักเสบ ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มของคอร์ติซอลในระยะสั้นๆ จึงส่งผลดี เช่น การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ การเพิ่มปริมาณในระยะยาวจะส่งผลแง่ลบ อย่างเช่น ความเหนื่อยล้าอย่างมากและอาการเจ็บปวดข้อต่อ

ความเครียดฉับพลันเป็นสาเหตุให้มีการปล่อยคอร์ติซอลออกมาซึ่งจะไปกระตุ้นการใช้คาร์โบไฮเดรตและไขมันในขณะที่ยังรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ ผลลัพธ์ตอนท้ายในกระบวนการนี้คือ การควบคุมความอยากอาหารที่แม่นยำเมื่อคุณรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อเติมพลัง พร้อมไปกับการเพิ่มระบบเผาผลาญ ความเครียดเรื้อรังจะทำให้เกิดการปล่อยคอร์ติซอลออกมาเรื่อยๆ และเกิดความไม่สมดุลในระบบฮอร์โมน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การควบคุมความอยากอาหารจะไม่แม่นยำซึ่งจะนำไปสู่การรับประทานมากเกินไปและระบบเผาผลาญที่ลดลง

แล้วการออกกำลังกายจะส่งผลต่อความสัมพันธ์นี้อย่างไร? กิจกรรมทางร่างกายเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง รูทีนการออกกำลังกายของเลสมิลส์ที่ดีที่สุด ที่ประกอบไปด้วยคลาสคาร์ดิโอ 3-4 คลาสต่อสัปดาห์ (บอดี้แอ็ทแท็ค™, บอดี้คอมแบต™, บอดี้สเต็ป™, บอดี้แจม™, ชแบม™, อาร์พีเอ็ม™) คลาสเสริมสร้างความแข็งแรง 2-3  คลาส (บอดี้ปั๊ม™, บอดี้บาลานซ์™/บอดี้โฟลว์®, ซีเอ็กซ์เวิร์ค™, เลสมิลส์บาร์™) และคลาสไฮอินเทนซิตี้อีก 1-2 คลาส (เลส มิลส์ กริท™, เลส มิลส์ สปรินท์™) จะช่วยรักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสมด้วยการเพิ่มการระเบิดพลังจากฮอร์โมนคอร์ติซอลหลายๆ ครั้ง อย่างไรก็ตาม จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีอะไรดีๆ มากเกินไป? คลาสมากเกินไปและคอร์ติซอลมากเกินไป? มีสิ!

อยครั้ง เรามักจะถกเถียงกันว่าจะกระตุ้นให้มีการออกกำลังกายเป็นประจำได้อย่างไรในขณะที่คนส่วนมากบนโลกนั้นไม่ค่อยกระตือรือร้น แต่อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ที่มีน้อยกว่า อย่างการออกกำลังกายมากเกินไปก็ยังควรศึกษาเช่นกัน ถ้าสมาชิกของคุณเล่นคลาสต่อๆ กัน วันแล้ววันเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า ก็มีความเป็นไปได้ที่ระดับของคอร์ติซอลจะอยู่สูงตลอดเนื่องมาจากวงจรความเครียดที่ยาวนานที่มาจากการออกกำลังกายมากเกินไป โดยไม่มีการพักอย่างพอเพียง

ในที่สุด วงจรนี้จะพัฒนาไปจนอยู่ในสภาพที่เรียกว่าความล้มเหลวในการระบุสาเหตุได้ เช่น ความอยากอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อารมณ์หงุดหงิด และการนอนที่น้อยลง รวมๆ กันแล้ว อาการเหล่านี้สามารถทำให้น้ำหนักขึ้นได้ ในสถานการณ์ที่สุดโต่ง  ความล้มเหลวอาจกลายเป็นการเทรนที่มากเกินไปที่ก่อให้เกิดผลเสียกับระบบเผาผลาญที่ยากที่จะเปลี่ยนกลับ กฎง่ายๆ ที่แน่นอนสำหรับทุกคนที่จะช่วยไม่ให้เกิดผลลัพธ์เหล่านี้ คือการวางแผนที่จะมีวันพักการออกกำลังกายอย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์ วงจรการนอนสองครั้งโดยไม่มีคลาส (รวมถึงบอดี้บาลานซ์/บอดี้โฟลว์) เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเพิ่มการฟื้นแรงได้

ในฐานะผู้สอน กลยุทธเหล่านี้อาจจะนำไปใช้ได้ยาก โดยเฉพาะถ้าการสอนคลาสเลสมิลส์เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสถานะทางการเงินของคุณ ถ้าเกิดเป็นเช่นนั้น และคุณเองก็ทำกิจกรรมทางร่างกายเกินกว่าแนวทางที่นำเสนอไว้ในด้านบน ให้ลองติดตามอัตราการเต้นของหัวใจในกิจกรรมตามช่วงสัปดาห์ปกติด้วยสายรัดหน้าอกของโพล่าร์ ประเมินเวลาออกกำลังกายทั้งหมดที่อยู่เหนือ 90% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ถ้าคุณอยู่ในโซนนั้นเกิน 10% ของเวลาทั้งหมดที่คุณออกกำลังกาย ให้พิจารณาถึงวิธีที่ต้องลดความหนักลง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสอนกริทหรือสปรินต์ หลายๆ ครั้งต่อสัปดาห์ ให้ตระหนักว่าคุณควรจะใช้เวลาลงมาทำฟลอร์โค้ชมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าผู้เข้าร่วมของคุณเคยชินกับโปรแกรมอยู่แล้ว หรือในโปรแกรมคาร์ดิโอที่ใช้พลังงานมากอย่าง บอดี้แอ็ทแท็ค หรือ บอดี้สเต็ป ให้ใช้เวลาช่วงที่มีการซ้ำท่ามากๆ ในการนำเสนอทางเลือกที่หนักน้อยกว่า

เมื่อวิเคราะห์เป้าหมายของคุณเองแล้ว เช่นเดียวกับการได้คุยกับสมาชิกหรือลูกค้าของคุณเรื่องความไม่ก้าวหน้าในการออกกำลังกาย ถ้าคุณสามารถตัดเรื่องอาหารออกไปได้ ให้ลองคิดถึงความเครียด นอกจากเรื่องความเครียดทางร่างกายที่มาจากการออกกำลังกายมากเกินไปแล้ว คนแต่ละคนอาจมีความเครียดทางร่างกายที่มากขึ้นจากชีวิตส่วนตัวหรือการทำงานของพวกเขา ความเครียดนั้นเป็นหัวข้อที่ซับซ้อน การทำความเข้าใจว่าการที่คุณจะให้ความรู้แก่ผู้อื่นว่าจะใช้กรุ๊ปฟิตเนสเป็นความเครียดทางร่างกายในแง่บวกเพื่อลดความเครียดทางใจที่เป็นแง่ลบนั้น จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ รวมไปถึงการลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อด้วย