ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เจาะลึกวงการเพลงของเลสมิลส์

by Sarah Shortt

lm music
lm music

ซาร่าห์ ชอร์ท: เริ่มตั้งแต่ต้นกันเลย เพลงนั้นออกมาจากความคิดของผู้อำนวยการโปรแกรมมาเป็นรีลีสต่างๆ ได้อย่างไร?

จอช: ประมาณ 12 สัปดาห์ก่อนถ่ายทำมาสเตอร์คลาส ผู้อำนวยการโปรแกรมจะส่งลิสต์เพลงที่พวกเขาต้องการมาให้

เคนดัล: ในบอดี้ปั๊ม™นั้นมีเพลงทั้งหมด 12 เพลง แต่ตอนเริ่มต้นเราอาจได้เพลงมาทั้งหมด 40 เพลงเลย จอชกับฉันจะดูในลิสต์ทั้งหมดและหาดูว่าแต่ละเพลงนั้นเป็นเพลงของค่ายเพลงไหน

จอช: บางครั้งค่ายเพลงอาจจะหาได้ไม่ง่ายเท่าไร เช่น อาจจะมีอยู่ค่ายเพลงหนึ่งที่ควบคุมตัวมาสเตอร์ แต่เราก็ยังต้องขออนุญาตจากศิลปินที่มาร่วมร้องด้วย

เคนดัล: หรืออาจจะมีค่ายหนึ่งที่ถือสิทธิเพลงนี้ในอเมริกาเหนือและมีอีกค่ายหนึ่งที่ถือเพลงนี้ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เราจึงต้องคุยกับทั้งสองค่าย เราต้องได้สิทธิในการใช้ทั่วโลกเพราะผู้สอนของเรามาจากหลากหลายประเทศด้วยกัน – เราต้องการให้พวกเขาสอนเพลงแบบเดียวกันได้ในรัสเซียหรือสวีเดนหรือบราซิล

จอช: ในช่วงแรก อาจจะมีบางเพลงที่ระบุได้ในทันทีว่าไม่สามารถขอลิขสิทธิ์ได้และอาจจะเป็นเพราะมาจากศิลปินที่ถูกแบน – ก็จะมีบางเพลงที่เราไม่สามารถขอได้ – หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น เช่น เรารู้อยู่แล้วว่าแทรคนี้มีตัวอย่างที่ไม่ชัดเจนและเราก็จะไม่ได้รับการอนุมัติจากค่ายเพลง

เคนดัล: นั่นอาจจะเป็นเพลงที่เราเรียกกันว่า รีมิกซ์แบบ “เถื่อน” – คือเป็นเพลงที่คุณเจอบนยูทูบหรือซาวด์คลาวด์ และก็ดาวน์โหลดได้ฟรี แต่คุณจะไม่สามารถที่จะหาตัวเพลงตัวจริงจากที่ไหนได้ เพราะนั่นไม่ใช่ “เพลงตัวจริง” และคุณไม่สามารถขอลิขสิทธิ์ได้ เพราะเพลงนั้นไม่ถูกกฎหมาย

จอช: แล้วก็ยังมีบางกรณีที่ศิลปินไม่เต็มใจหรือไม่สามารถให้สิทธิเราเพื่อนำเพลงไปใช้ในรีลีสได้ เนื่องจากเราต้องนำเสนอเพลงผ่านแอพ Releases เราจะมีการใช้สตรีมมิ่ง เราต้องมีโหมดออฟไลน์หรือโหมดดาวน์โหลดด้วย...

เมื่อคุณขออนุญาตใช้เพลง จะมีอยู่สิทธิอยู่สองแบบในแทรคนั้นเสมอ – อย่างแรกจะมีตัวบันทึกแบบต้นฉบับที่คุณจะได้ยินทางวิทยุหรือสปอตติฟาย...

เคนดัล: นั่นคือเพลงที่ศิลปินร้องจริงๆ – เช่น นั่นคือเสียงของพิงค์ (P!nk) และเพลงที่เป็นเสียงบันทึกต้นฉบับ

จอช: ทีนี้อาจจะมีใครบางคนจ้างให้พิงค์มาอัดเสียงในสตูดิโอและทำเพลงขึ้นมา เพื่อที่เขาจะได้เป็นเจ้าของเสียงบันทึกต้นฉบับนั้น แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญซ่อนอยู่ใต้เรื่องนั้นอีก ก็คือเนื้อร้อง โน้ตเพลง ทำนองและทุกสิ่งอย่างที่รวมกันในการเขียนเพลง นั่นคือฝั่งของผู้จัดจำหน่ายเพลง

จอช: ดังนั้นเราจึงต้องขอสิทธิทั้งหมดตรงนั้น เราต้องเคลียร์ทั้งสิทธิจากผู้จัดจำหน่ายและต้นฉบับ

เคนดัล: จอชดูแลค่ายเพลงใหญ่

จอช: เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับค่ายโซนี่ วอร์เนอร์ และยูนิเวอร์แซล

เราจะขอใช้เพลงเป็นชุดไป ค่ายเพลงจะให้ฟีดแบ็คกับชุดเพลงเหล่านั้นมาให้เรา – บางแทรคอาจจะไม่ได้ บางแทรคอาจจะได้ บางแทรคอาจจะมีศิลปินร่วมที่เราต้องไปขออนุญาตด้วย เราจะเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้อำนวยการโปรแกรมและ – ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาได้หรือไม่ได้เพลงไหน – พวกเขาก็จะเพิ่มแทรคมาให้เรา เราจะทำงานวนไปกับชุดเพลงราวสามชุดเพื่อหาว่าเราจะได้รับอนุญาตให้ใช้เพลงไหน

เคนดัล: และเราก็จะมีค่ายเพลงอิสระที่เราทำงานด้วยเช่นเดียวกันกับค่ายใหญ่ โดยที่ในหนึ่งควอเตอร์เราก็จะส่งอีเมลสองสามฉบับพร้อมด้วยลิสต์เพลงไปหาพวกเขา และพวกเขาก็จะบอกฉันว่าสามารถขอสิทธิให้เราใช้ได้ไหม นั่นคือถือว่าจบแล้วและเราก็ไปต่อ

เราติดต่อค่ายเพลงอิสระกว่า 295 ค่ายเมื่อปีที่แล้ว บางค่ายอาจจะมีเบอร์ติดต่อที่สามารถจะเป็นตัวแทนหลายๆ ค่ายเพลงให้คุณได้ นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะคุณรู้เลยว่าคุณสามารถคุยกับคนนี้คนเดียวแล้วขอเพลงได้หลายเพลง แต่ก็มักจะไม่เป็นแบบนี้เสมอไป

ค่ายเพลงทั้งหลายเหล่านี้อาจมาจากไหนก็ได้ ตั้งแต่ค่ายเพลงอิสระยักษ์ใหญ่อย่าง บีเอ็มจี ที่เป็นตัวแทนของศิลปินอย่าง แฟต บอย สลิม ไปจนถึงคนที่ “ฉันคือคนที่ทำเพลงของฉันเองในห้องนอนของฉัน และฉันก็เป็นตัวแทนของตัวเอง” – นั่นคือคนที่ฉันส่งอีเมลไปหานะ นั่นก็จะเจ๋งไปเลยถ้าคุณได้ดีลกับศิลปินโดยตรงเพราะพวกเขามักจะตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าเพลงของเขาจะเป็นที่รู้จักและพวกเขาก็มีความสุขแล้วกับเงินจำนวนหนึ่ง หน้าที่ของฉันคือการเข้าถึงค่ายเพลงเหล่านั้นเป็นรายไปและบ่อยครั้งฉันมักจะเข้าถึงคนที่ฉันไม่เคยคุยด้วยมาก่อนเพราะเป็นค่ายใหม่ เพลงใหม่...อันเนื่องมาจากขอบเขตของเพลงที่เปลี่ยนไปในยุคสตรีมมิ่งนั่นเอง

บางครั้งฉันต้องอธิบายตั้งแต่ต้นว่าเราเป็นใครและไอ้เจ้ากรุ๊ปฟิตเนสประหลาดนี่คืออะไร และเราคิดโครีโอกราฟไปกับเพลงอย่างไร และเราต้องการสิทธิส่วนนี้และสิทธิส่วนนั้น... สิ่งที่เราต้องใช้ก็ค่อนข้างซับซ้อนนะ

ฉันต้องต่อรองทุกๆ แทรคกับค่ายเพลงเหล่านี้ และส่วนมากการเจรจาก็เป็นไปด้วยดีและพวกเขาก็ตื่นเต้นพอควรที่จะได้ทำงานกับเรา บางค่ายก็อาจจะยากกว่าหน่อยและบางค่ายก็จะเป็นอิสระสุดๆ จนคุณไม่สามารถจะหาคนทำงานคุยด้วยได้สักคนในบริษัทค่ายเพลงนี้ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดล่ะ!

บางครั้งก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ ที่จะทำสัญญากับเพลงหนึ่งเพลง บางทีอาจถึง 9 เดือนเลย ค่ายเพลงอินดี้บางค่ายอาจมีคนที่ทำงานแบบชั่วคราวมากๆ ซึ่งคุณอาจจะมีเรื่องที่ต้องตามงานเยอะกับคนคนหนึ่ง ตกลงกันเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ... และพอคุณตามเรื่องสัปดาห์ต่อมาและคุณก็ได้อีเมลช่วงที่ไม่ได้อยู่บริษัทแจ้งว่าฉันไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว ฉันกำลังเดินทางไปยุโรปด้วยรถตู้ และคุณก็ต้องมาเริ่มใหม่อีกที หลายๆ ครั้งเลยที่คุณต้องเจอแบบนี้

เรามีเพลงเคป๊อปในชแบมด้วย™ - ค่ายเพลงตอนนี้ที่ดูแลตอนนี้เป็นค่ายยูนิเวอร์แซล แต่เมื่อครั้งเพลงเพิ่งจะทะลุขึ้นชาร์ตฝั่งตะวันตก ฉันก็พยายามติดต่อบริษัทในเกาหลี แต่อีเมลของพวกเขาก็จะไม่รับอีเมลของฉันตลอดเพราะเขาเป็นบริษัทใหญ่และมีอีเมลเข้ามาเป็นพันล้านเมลจากแฟนๆ ทั้งหลายของเหล่าเคป๊อป ฉันจึงคิดได้ว่าฉันต้องโทรหาพวกเขา เอาล่ะ เริ่มแรกฉันก็ต้องอีเมลหาทุกคนในออฟฟิศเลสมิลส์ว่ามีใครพูดภาษาเกาหลีได้บ้าง และจากนั้นก็โทรหาออฟฟิศที่เกาหลี – คอยใช้กูเกิลทรานสเลทโดยเปิดลำโพงโทรศัพท์เพื่อหาว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ และพยายามจะทำความเข้าใจว่าปุ่มไหนที่ฉันต้องกดเพื่อให้ฉันไปยังสิ่งที่ต้องการได้ ฉันลองโทรสี่ครั้งก่อนที่ฉันจะพบว่านี่เป็นนอกเวลาทำการของเขาแล้ว (ฮ่าๆๆ) ดังนั้นเราจึงดีใจมากๆ ที่สุดท้ายพวกเขาก็ใช้ยูนิเวอร์แซลเพราะไม่มีทางเลยที่ฉันจะติดต่อพวกเขาได้ก่อนหน้านี้ เราจะไม่ยอมแพ้ – ฉันจะโทรไปเกาหลีถ้าฉันต้องทำ!

อะไรคือความแตกต่างระหว่างเพลงคัฟเวอร์กับ LMO (เพลงต้นฉบับของเลสมิลส์)?

เคนดัล: เพลง LMO เป็นเพลงหรือแทรคที่เราจัดจ้างให้ทำ เราสามารถควบคุมสิทธิการใช้ทั้งหมดได้ – เราเป็นเจ้าของการบันทึกเสียงและเป็นผู้จัดจำหน่าย – หมายถึงเราสามารถใช้เพลงนี้ในสื่อการตลาด ในโซเชียลมีเดีย ... เราเป็นเจ้าของสิทธิทุกอย่างไม่ว่าเราต้องการจะทำอะไรกับเพลงนี้ก็ตาม เราทำงานกับโปรดิวเซอร์เพลงเพื่อสร้างแทรคนั้นๆ ขึ้นมา

จอช: ในขณะที่พอเป็นเพลงคัฟเวอร์ เราจะต้องบันทึกเพลงที่มีอยู่แล้วใหม่ – เป็นเวอร์ชั่นที่ทำเฉพาะของเราเอง เลสมิลส์เป็นเจ้าของบันทึกเสียงนั้น แต่เรายังคงต้องรักษาสิทธิและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่คนที่เขียนเพลง (ฝั่งผู้จัดจำหน่าย)

ทำไมคุณถึงเลือกที่จะใช้ LMO?

จอช: บางครั้งพวกเขาก็เลือกเรา เราไม่ได้สั่งทำ LMO ไปทั้งหมด เพราะเรามีศิลปินบางคนที่มาหาเราพร้อมด้วยเพลงและถ้ามีโปรแกรมหรือโปรเจคที่เข้ากัน เราก็จะจัดสรรให้มีการซื้อแทรคและแทรคนั้นก็จะกลายเป็น LMO

ในบางกรณี ผู้อำนวยการโปรแกรมอาจได้ยินแทรคที่เราสั่งทำมาใช้ในแคมเปญการตลาด และพวกเขาก็จะถามว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะขอให้ทำเวอร์ชั่นที่ยาวขึ้นเพราะพวกเขาชอบเสียงนั้นและอยากเอามาใช้ในคลาส

เคนดัล: บางครั้งเราเลือก LMO เพราะโครงสร้างของการออกกำลังกายด้วย ผู้อำนวยการโปรแกรมอาจจะต้องการแทรคพิเศษเพื่อ Tabata ซึ่งพวกเขาสามารถใส่การนับถอยหลังลงไปได้ หรือพวกเขาอาจจะอยากได้เพลงแบบไดนามิกและก็เป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะได้เพลงที่ทำมาเพื่อท่านั้นโดยเฉพาะ

ถ้าคุณใช้แทรคเดียวกันในหลายๆ โปรแกรม คุณจ่ายเงินแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า?

เคนดัล: เราจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกๆ การใช้เพลง ดังนั้นหากเราจ่ายค่าเพลงในซีเอ็กซ์ เวิร์ค™ และถ้าเราต้องการใช้ในบอดี้ปั๊มด้วย เราก็ต้องจ่ายเงินอีกรอบ

จอช: บางทีเราต้องจ่ายเป็นสองเท่าเลยและนั่นก็เป็นสิ่งที่เรากลัว – เราต้องกลับไปคุยกับค่ายเพลงและบอกพวกเขาว่า เฮ้ คุณรู้ไหมว่าเราใช้แทรคนั้นอย่างไรบ้าง? เราอยากจะใช้แทรคนั้นอีกล่ะและพวกเขาก็แบบ ติ๊ง (คิดเงินในหัว)! ทันใดนั้นเราก็มีปัญหาในการขอราคาเดิมแบบที่เราซื้อรอบแรก และคุณก็ไม่ได้ส่วนลดเมื่อซื้อเพลงทีละเยอะๆ นะ...ถ้าพวกเขาบอกว่า โอเค เจ๋งเลย เราอยากจะคิดเงินคุณเพิ่มอีกหน่อยเพราะคุณอยากได้สุดๆ เลย!

คุณเคยได้รับอนุญาตให้ใช้เพลงสำหรับโปรแกรมหนึ่งและไม่ได้สำหรับอีกโปรแกรมไหม?

เคนดัล: จะมีศิลปินในค่ายใหญ่ๆ บางคนที่มีข้อบังคับ เช่น อย่าง Knife Party เราจะได้รับอนุญาตให้ใช้แค่หนึ่งแทรค หนึ่งโปรแกรม ต่อหนึ่งควอเตอร์

บางค่ายอาจมีข้อจำกัดว่าจะใช้ได้กี่แทรคในการเรียงแทรคแบบนี้ – ดังนั้นเราจะสามารถใช้แทรคนี้ได้ถ้า ยกตัวอย่างเช่น มี 13 เพลงหรือน้อยกว่านั้นทั้งคลาส...และถ้ามีมากกว่านั้น เราจะไม่สามารถขอเพลงนั้นจากค่ายมาใช้ในการเรียงแทรคแบบนี้ได้

จอช: ขึ้นอยู่กับค่ายเพลงพอสมควรและเราก็มีลิสต์ของข้อจำกัดที่เข้าใจได้ เพื่อที่เราจะสามารถแจ้งให้ผู้อำนวยการโปรแกรมรู้ทันทีว่าพวกเขาใช้เพลงนั้นได้หรือไม่ หรือ – ถ้าพวกเขาจะใช้เพลงนั้น – เขาทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้

เคนดัล: จะมีเพลงในบอดี้ปั๊ม – Company ของ Baauer – เพลงนั้นมีการขอใช้ถึงสามครั้งและเราก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะเพลงไม่มีตัวอย่างที่ชัดเจน เบื้องหลังก็คือค่ายเพลงกำลังพยายามช่วยอยู่ และในที่สุดก็กลับมาและบอกว่า เราเคลียร์สิทธิให้ได้แล้ว คุณสามารถใช้ได้ ... เพลงนั้นใช้เวลาร่วมปีกว่าจะมาอยู่ในบอดี้ปั๊มได้

บางทีเพลงก็ไม่ได้ใหม่อยู่ตลอด ผู้อำนวยการโปรแกรมก็อาจจะไม่ต้องการแล้วพอถึงเวลาที่เราขอมาได้ เมื่อปีที่แล้วเราเคยขอของ Tiësto มาใช้ในบอดี้แจม และทุกคนก็อยากได้เพลงนี้มาก และเราก็เร่งๆ ไปจนเกือบถึงวันถ่ายทำมาสเตอร์คลาส ... และท้ายที่สุดพวกเขาก็บอกเราว่า ขอโทษด้วย เราไม่สามารถขอเพลงนี้มาได้

สามสัปดาห์ต่อมา พวกเขาส่งอีเมลมาหาเราว่า ตอนนี้แทรคนี้โอเคแล้ว สามารถใช้ได้เลย แต่การถ่ายทำก็เกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว แกนดาล์ฟเจอเพลงอื่นไปแล้ว

จอช: เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับผู้อำนวยการโปรแกรมนะ เพราะมันไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์อะไรเลย

เคนดัล: เป็นเรื่องยากเมื่อคุณปักใจกับแทรคแทรคหนึ่งแล้ว แต่บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับคนที่คุณทำงานด้วยในค่ายเพลงนั้น ว่าเขาเป็นคนอย่างไร

โปรแกรมไหนบ้างที่ใช้เพลงคัฟเวอร์?

จอช: ผมนึกไม่ออกนะว่าโปรแกรมไหนที่ไม่ได้ใช้เพลงคัฟเวอร์เลย มันอาจจะเป็นคัฟเวอร์ของเราเองหรือของศิลปินคนอื่นคัฟเวอร์แล้วเราขออนุญาตมาใช้

พลังของบางโปรแกรม อย่างบอดี้แอ็ทแท็ค™ ต้องใช้เพลงที่มีจังหวะ (BPM) เร็วกว่า ลิซ่า[ออสบอร์น] อาจจะมีแทรคที่เธออยากใช้มากแต่มันไม่เร็วพอ เธอก็เลยต้องเลือกใช้แบบคัฟเวอร์แทนโดยที่เธอจะทำงานกับโปรดิวเซอร์ของเราเพื่อให้ได้จังหวะที่ใช่เพื่อให้เข้ากับโครีโอกราฟฟี

การหาเพลงนั้นยากมาก! ผู้อำนวยการโปรแกรมนั้นทำงานได้อย่างดีเยี่ยม บางคนอาจจะไม่ชอบใช้คัฟเวอร์เพราะก็แค่ไม่เข้ากับโปรแกรมของเขา ในขณะที่บางคนอาจต้องการแทรคเฉพาะบางแทรคที่เป็นส่วนหนึ่งของบล็อคและถ้าแทรคแทรคหนึ่งใช้ไม่ได้ แทรคอื่นๆ อาจจะไม่เวิร์คเลยถ้าไม่มีแทรคนั้น ... ตรงนั้นคัฟเวอร์ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

เนื่องจากเราเข้าสู่ดิจิทัลแล้ว ทำไมรีลีสเพลงของเราถึงราคาไม่ถูกลง?

จอช: ยังมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เกี่ยวกับการกระจายเพลงแบบดิจิทัล การสร้างและรักษาแอพให้แก่ผู้ใช้กว่า 100,000 คนนั้นก็ถือเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว

เคนดัล: ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดที่มีการสตรีมผ่านแอพ เพื่อที่ว่าไม่ว่าตอนไหนก็ตามที่มีคนดูรีลีสอยู่ – เราก็ต้องจ่ายเงิน ไม่ว่าเมื่อไรที่มีคนฟังเพลงอยู่ เราก็ต้องจ่ายเงิน เราจ่ายเงินเพื่อให้คอนเทนต์ของเรายังอยู่เพื่อที่พวกเขาจะเข้าถึงได้ เราจ่ายเงินให้ฟีเจอร์ในแอพ การมิกซ์และแมตช์นั้นเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดและไม่ว่าใครก็ตามที่ทำงานในการสร้างเว็บหรือแอพจะรู้ว่าการพัฒนาซอฟท์แวร์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

คุณจ่ายเงินให้ทั้งรีลีสเต็มๆ – เพลงเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในนั้น แต่ก็ยังมีวีดิโอเรื่องความรู้ที่เกี่ยวข้องด้วย โครีโอกราฟฟีโน้ตและการผลิตวีดิโอ และตอนนี้เมื่อเรามีแอพแล้ว เรายังทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมีซีดีหรือดีวีดีติดตัวอีกด้วย เราคงไม่สามารถที่จะให้การทำสมาธิหรือไทรบ์ทอล์คฟรีๆ แก่คุณหรือเซสชั่นการเรียนรู้ที่ทำมาเพื่อคุณโดยเฉพาะได้ และเราคงไม่สามารถที่จะให้เซสชั่นเหล่านี้แก่คุณได้ทันทีทันใดเช่นกัน

ยังมีหน้าที่อีกหลายอย่างที่แอพนี้นำเสนอให้คุณได้ในแบบที่เราไม่เคยทำมาก่อน ในอดีต ผู้สอนจะต้องรอให้เราส่งชุดเพลงแบบที่จับต้องได้ออกสู่ท้องตลาด ตอนนี้ มีงานต้องทำเบื้องหลังมากมาย แต่เราเพียงแค่กดปุ่มและทุกอย่างก็อยู่ในมือแล้ว

สิ่งที่ทำให้คุณนอนไม่หลับทั้งคืนคืออะไร?

จอช: ถ้า Chance the Rapper เป็นผู้สอน ขอให้เขาติดต่อเราได้ไหม? ผมอยากที่จะคุยกับคุณ โทรมาได้เลย...

เคนดัล: เป็นเรื่องน่าปวดหัวนะเมื่อคุณเริ่มติดต่อหรือได้รับการอนุมัติเบื้องต้นแล้วแต่จู่ๆ คุณก็ไม่ได้รับสัญญาณอะไรกลับมาอีก แล้วจู่ๆ คุณก็รู้สึกว่า โอเค ทำไมคุณไม่ชอบฉันล่ะ เกิดอะไรขึ้น? บางครั้งคุณก็ได้รับอนุมัติแล้วและเดินหน้าเต็มกำลังและจู่ๆ พวกเขาก็พูดว่า โอ้ ไม่นะ เราไม่ได้เป็นเจ้าของส่วนนั้นในเพลง – นั่นทำให้ฉันใจหายแว้บเลย เรามักจะพากันรอดไปได้แต่เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน แค่ตอบอีเมลฉันมา Chance the Rapper ตอบฉันเถอะ! ฉันอยากได้ลิขสิทธิ์เพลง “All Night”