ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การนำที่ไปสู่ภายนอก

by Sarah Shortt

Image of Clive
Image of Clive

ซาร่าห์ ชอร์ท:
คุณมีบทบาทอาชีพที่ยิ่งใหญ่มากที่ไนกี้ เช่นเดียวกันกับที่สปาร์ค บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของนิวซีแลนด์ อะไรที่เลสมิลส์ที่ทำให้คุณสนใจ?

ไคลฟ์ ออมร็อด:
ผมอยากจะกลับไปที่บางสิ่งบางอย่างที่เป็นความชื่นชอบ...กีฬาและฟิตเนสนั้นเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตผมเสมอ ดังนั้นนั่นคงเป็นเหตุผลที่เด่นที่สุดในการที่ผมมาเข้าร่วมไทรบ์

ถ้ามีใครสักคนถามผมว่าอะไรที่ทำให้ผมลุกออกจากเตียงในตอนเช้า คำตอบของผม - และสิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจก็คือ – “ผู้คน” ผมมีความรู้สึกแรงกล้าในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือผู้คนให้ไปถึงความฝันของพวกเขา ให้พวกเขามีความสุขและทำได้ดีที่สุดในแบบของเขา หลักใหญ่ใจความในเรื่องนี้คือการเข้าใจว่าเราทุกคนต่างมีบทบาทของตัวเองที่ต้องทำ

ผมเคยมีธุรกิจค้าปลีกของผมเองเป็นเวลาหลายปีในนิวซีแลนด์ และหลังจากนั้นผมก็ย้ายไปยุโรปซึ่งเป็นที่ที่ผมเริ่มงานกับไนกี้ยาวนานถึง 9 ปี ที่นั่นผมมีหลายบทบาทตั้งแต่การขาย ไปยังค้าปลีก ไปการตลาด บทบาทของผู้จัดการทั่วไป ทั้งช่วงเวลาที่เป็นตำแหน่งการตลาดระดับโลกและระดับท้องถิ่น นั่นเป็นโอกาสที่น่าทึ่งที่ผมได้เรียนรู้ว่าแบรนด์ที่แข็งแรงที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลกชนะได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เหตุผลหลักอย่างหนึ่งที่ผมมาร่วมงานกับเลสมิลส์คือการได้ทำงานและได้เรียนรู้กับฟิลลิป และในช่วงปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มาเข้าร่วมทีม ผมมาถึงจุดที่ผมชื่นชมจากใจว่าทำไมเราถึงเรียกพวกเราเองว่าไทรบ์ (Tribe)

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจเรื่องนี้อย่างมาก คือเมื่อตอนที่ผมกับคนในทีมของผมหลายคนลงชื่อเพื่อเทรนในโมดุลเลสมิลส์กริทเบื้องต้น มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก ซึ่งสอนให้ผมรู้ว่าผู้สอนของเราฝึกหนักแค่ไหน รู้ว่าโปรแกรมของเราได้รับการขัดเกลามาดีเพียงใด การเทรนนิ่งของเราแข็งแกร่งแค่ไหน และได้รู้ผลลัพธ์ในแง่บวกที่สิ่งนี้มีผลต่อชีวิตคนคนหนึ่ง

ในหลักสูตรการเทรนนิ่งระดับสูงใหม่นี้ เราพูดถึงเรื่องการมาเป็นผู้นำด้านฟิตเนส คุณบอกเราหน่อยได้ไหมว่าความเป็นผู้นำมีความหมายกับคุณอย่างไร?
สิ่งที่ผมได้ตระหนักคือ เราเป็นองค์กรที่เห็นได้ชัดว่ามีพื้นฐานมาจากความเป็นผู้นำ ความเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นและสร้างผลลัพธ์

เพื่อนร่วมงานในทีมอาวุโสของผมต่างเห็นด้วยในเรื่องที่ว่าเราต้องทำงานไปด้วยกันเพื่อเดินหน้า เพราะเรานั้นเข้มแข็งด้านหน้าที่การงาน แต่โดยรวมแล้วเรารู้ว่าเราต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวและทำงานร่วมกันให้มากขึ้นในวิธีการที่เราแสดงตัว เพื่อนำธุรกิจที่น่าทึ่งนี้ไปสู่วันข้างหน้า

ดังนั้น มันคือความเป็นผู้นำโดยรวมและเมื่อเราทำได้ถูกต้อง – และผมเชื่อว่าเราทำได้ - มันจะหมายความว่า เราไม่เพียงแต่ให้พลังแก่ผู้คนเพื่อที่เขาจะทำได้ดีที่สุดของเขาเองเท่านั้น แต่เรายังช่วยให้พวกเขาเติบโตและพัฒนา โดยให้ความมั่นใจว่าพวกเขาสามารถทำสำเร็จตามเป้าหมายได้ ความเป็นผู้นำโดยรวมต้องให้ทุกคนรับผิดชอบร่วมกันในการพาไทรบ์ให้ไปข้างหน้า เราทุกคนต่างมีบทบาทของเรา

เรามาพูดถึงปัญหาที่ไม่ค่อยมีคนอยากพูดถึงดีกว่า ... ผู้สอนนั้นควรจะกังวลเกี่ยวกับการคุกคามของคลาสดิจิตัลไหม?

ผมไม่คิดว่าอย่างนั้น เพราะคลาสสดจะเป็นสิ่งสุดยอดเสมอ...ในธุรกิจของเรา ผู้สอนเป็นคนสร้างความสัมพันธ์และนั่นคือสิ่งที่คนต้องการ... เราเป็นสัตว์สังคมและการเชื่อมต่อในหมู่คนด้วยกันเป็นสิ่งที่เรามองหา ดังนั้นเมื่อเราทำให้ถูกต้องและเราช่วยนำเสนอวิธีการด้านฟิตเนสแบบเบ็ดเสร็จ...เราก็จะช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโตได้

นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะรารู้ว่า 85% ของคนที่เป็นสมาชิกในยิมจะเทรนและออกกำลังกายที่บ้านด้วย นี่เป็นที่มาว่าทำไมการเร่งผลักดันธุรกิจเรื่องเลสมิลส์ออนดีมานด์ (LMOD) และการสร้างแบรนด์ผู้บริโภคที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่อย่างเร่งรีบในตอนนี้ เราต้องผลักดันความต้องการแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเราที่มีอยู่มากผ่าน LMOD เพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ และเพื่อที่จะแข่งขันในอุตสาหกรรมของเราที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ทางเลือก และเมื่อเราทำเรื่องนี้ สิ่งนี้จะสนับสนุนธุรกิจหลักของเรา

ผมรู้ว่าบางคนจะกังวลว่าฟิตเนสแบบดิจิตัลจะทำให้คนออกจากยิมของเราไป แต่ผมไม่เห็นด้วย - และตัวเลขก็ไม่ได้บอกแบบนั้นเช่นกัน ผมคิดว่าคุณแค่ต้องดูอุตสาหกรรมเพลงว่ามันจะไปในทางใด – ซึ่งคือทิศทางที่การชมการแสดงสดที่งานปาร์ตี้และงานเทศกาลเพลงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอด แม้ว่าทุกคนจะสมัครการฟังเพลงทางดิจิตัลแล้วก็ตาม

ทำไมน่ะหรือ? เพราะอย่างที่ผมบอกไป การแสดงสดคือที่สุด คุณไม่สามารถเอาอะไรมาแทนความตื่นเต้นและความสนุกสนานที่ได้จากคลาสสด นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเราถึงให้ความสำคัญเรื่องการสร้างแบรนด์ผู้สอนของเราในปีนี้ด้วยโฟกัสใหญ่ไปที่การเทรนนิ่งระดับสูงของเรา ซึ่งเราอยากจะสร้างให้เป็นมาตรฐานดั่งทองของการเทรนนิ่งผู้สอน

ทำไมเราถึงควรโอบรับความเปลี่ยนแปลง?

เพราะเราไม่สามารถที่จะยืนเฉยๆ ได้ อุตสาหกรรมของเราอยู่จุดที่พลิกผันแล้ว แต่เราไม่ได้อยู่ตามลำพังในนั้นหรอกเพราะอุตสาหกรรมไหนบ้างล่ะที่ไม่อยู่ในนั้น? แต่ถ้าเราเลือกที่จะเป็นผู้พลิกกระดานก่อน แทนที่จะถูกกระทำ เพราะนั่นคือสิ่งที่เลสมิลส์เป็นมาตลอด ใช่ไหม? มันคือสิ่งที่เราทำ...และนี่คือวิธีที่เราจะชนะต่อไป

เรายังรู้อีกด้วยว่าในด้านธุรกิจ การให้ความช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คลับของเราในการสร้าง “คลับแห่งอนาคต” นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาอยากให้เราช่วยเหลือ นี่คือการช่วยพวกเขามีธุรกิจยืนยาวในอนาคตได้จริง และขณะที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสำเร็จนั้น เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือให้พวกเขาพาตัวไปไกลกว่ากรอบของเขา นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องทำเพื่อที่จะอยู่ได้และเพื่อที่จะชนะในธุรกิจคลับ และนี่คือที่ที่เราต้องมีบทบาทสำคัญ

อีก 50 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?

ผมเชื่อว่ามันคือการเลือกที่จะเป็นผู้นำและไม่ใช่ผู้ตาม นี่คืออนาคตที่เราจะพัฒนาเนื้อหาที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง ผลักดันสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และคอยสร้างประสบการณ์ฟิตเนสที่ตื่นตาตื่นใจที่สุด นำโดยผู้สอนที่ดีที่สุดในโลก เพื่อที่จะช่วยพาอุตสาหกรรมและพาร์ทเนอร์คลับของเราไปข้างหน้าด้วยกันเป็นองค์รวม

อย่างที่คุณทราบ เป้าหมายใหญ่ของบริษัทอย่างหนึ่งคือการมาเป็นแบรนด์ฟิตเนสระดับท็อป 10 - และอยากให้เราซื่อสัตย์กับตัวเราเอง นั่นเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก และเป็นก้าวที่ใหญ่มากจากจุดที่เราอยู่ในวันนี้ แต่ผมเชื่ออย่างแท้จริงว่ามันเป็นโอกาสที่เปิดให้คว้าได้ และนั่นคือสิ่งที่เราสามารถบรรลุไปด้วยกันได้

เรามีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง 50 ปี แต่สิ่งที่ชัดเจนสำหรับผมคือในด้านธุรกิจ เราต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เรามีรากฐานที่แข็งแรงที่จะสร้างต่อ และด้วยทีมที่พร้อมจะชนะที่มีแผนการที่ชัดเจนและสิ่งที่เราต้องทำให้สำเร็จนั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตมาก วิธีการที่เราเลือกที่จะแสดงและสร้างอิทธิพลและเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยู่รอบตัวเรานั้นยิ่งใหญ่ – นั่นหมายถึงการเลือกที่จะนำด้วยการเป็นตัวอย่าง มีทัศนคติที่เติบโต และแสดงออกในฐานะผู้นำ ทุกๆ วัน